วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

รู้จัก NVIDIA GeForce MX150 การ์ดจอรุ่นเล็กเล่นเกมได้เฉย พร้อมติดตั้งมาในโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ แล้ว

ตอนนี้บ้านเราการ์ดจอโน้ตบุ๊คค่ายเขียวครองตลาดอย่างมากแบบที่ค่ายแดงแทบจะไม่มีที่ยืนให้เลย เพราะนอกจากออนบอร์ดของ intel แล้ว ก็จะข้ามมาเป็น 940MX ที่พอเล่นเกมออนไลด์ได้ หรือไม่ก็ข้ามไปเป็นการ์ดจอเล่นเกมอย่าง GTX 1050 เลย แต่ก็มีข้อเสียใหญ่คือเรื่องของขนาดเครื่องที่ GTX 1050 จะเป็นโน้ตบุ๊ค 15 นิ้ว ขึ้นไปเลย
ทำให้ผู้ที่ต้องการโน้ตบุ๊คบางเบา หรือโน้ตบุ๊คที่มีขนาดเล็กกว่าต้องทนใช้การ์ดจอออนบอร์ดหรือ 940MX ไปซึ่งมันก็พอเล่นเกมได้ ไม่ร้อนมาก แต่เทคโนโลยีเก่าไปสักหน่อย ซึ่ง NVIDIA เองก็รู้ถึงจุดอ่อนจุดนี้ดีจึงได้พัฒนาการ์ดจอสำหรับโน้ตบุ๊คขนาดเล็กแต่อยากได้การ์ดจอแรงๆขึ้นสักหน่อยจนกลายมาเป็น NVIDIA GeForce MX150
NVIDIA GeForce MX150 ถือเป็นการ์ดจอที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่เช่นเดียวกับ GTX 10-series ด้วยสถาปัตยกรรม Pascal เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมาพร้อมความแรงและประหยัดพลังงานมากกว่าเดิมแน่นอน มาพร้อมความเร็วคล๊อคอยู่ที่ราวๆ 1,000 MHz โดยจะมีหน่วยความจำอยู่แค่ 2GB แบบ DDR5 ซึ่งจะต่างจากรุ่น 940MX ที่จะมีรุ่นแรม 4GB ด้วย
โดย NVIDIA ว่างเป้าหมายของเจ้า GeForce MX150 ไว้เจาะตลาดกลุ่มโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมการ์ดจอออนบอร์ด เพราะว่าเพิ่มเงินอีกนิดก็ได้การ์ดจอแยกที่เล่นเกมได้ดีกว่าแล้ว ไปจนถึงกลุ่มโน้ตบุ๊คระดับไฮเอนที่เน้นความบางเบาสวยงามพร้อมติดตั้งการ์ดจอแยกอย่าง MX150 เพื่อการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น แม้ดูตลาดอาจจะทับกับ 940MX แต่ดูกันจริงๆแล้ว MX150 จะเข้ามาเสริมตลาดของ NVIDIA ในจุดที่ว่างอยู่โดยจะยังคง 940MX ไว้อยู่ สำหรับกลุ่มโน้ตบุ๊คราคาประหยัดที่ต้องการการ์ดจอแยกสำหรับใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมเบาๆ
ในส่วนของประสิทธิภาพนั้น GeForce MX150 มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับที่เล่นเกมต่างๆในปะจจุบันได้อยู่ โดยเฉพาะฝั่งเกมออนไลด์ แต่ถ้าเป็นเกมที่ใช้งานกราฟิกหนักๆเช่น BF1 อยู่ในระดับแค่พอเล่นได้ ซึ่งถ้าอย่างจะเล่นให้ลื่นจริงจังคงต้องปรับลดความละเอียดของภาพลงจะดีกว่า และอีกปัญหาหนึ่งคือถ้าเป็นเครื่องที่บางเบามากๆอย่าง Envy 13 นั้น เมื่อทำงานหนักๆการ์ดจอแผ่ความร้อนออกมาสูงทำให้เครื่องร้อนอย่างมาก แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ใช้งานได้โดยไม่มีอาการค้างหรือดับ
ถ้าวัดกันกับการ์ดจอรุ่นอื่นแล้ว GeForce MX150 นั้นให้ประสิทธิภาพที่อยู่ระหว่าง 940MX กับ GTX 950M เท่านั้น ซึ่งแรงกว่า 940MX อยู่ราวๆ 20% แต่ยังตามหลัง GTX 1050 อยู่ถึงกว่า 40% โดยเฉพาะเกมที่ใช้การฟิกหนักๆ บางตัว GTX 1050 ดีกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว ส่วนนึงมองว่าเพราะแรมที่น้อยกว่าด้วย แต่ก็แลกมาด้วยการใช้พลังงานที่น้อยกว่า และความร้อนที่น้อยกว่าทำให้สามารถติดตั้งได้บนเครื่องที่บางเบาเป็นพิเศษได้
NVIDIA GeForce MX150 แม้จะเป็นการ์ดจอที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ แต่ก็ไม่ได้ให้ประสิทธิภาพที่แรงมากเมื่อเทียบกับรุ่นพี่ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งการ์ดจอสำหรับโน้ตบุ๊คที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของตัวเองได้อย่างลงตัว สำหรับผู้ที่ต้องการโน้ตบุ๊คบางเบา หรือราคาประหยัด แต่ก็ต้องการการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเผื่อสำหรับการเล่นเกมด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในท้องตลาดที่น่าสนใจ ดีกว่าออนบอร์ดเยอะ ดีกว่า 940MX แต่ก็ยังตาม GTX 1050 อีกไกล

แนะนำโน๊ตบุ๊ค 2018 สายบางเบาพกพาสะดวก แต่สเปกแรงและคุ้มราคา

แนะนำโน๊ตบุ๊ค 2018 สายบางเบาพกพาสะดวก แต่สเปกแรงและคุ้มราคา

แนะนำโน๊ตบุ๊ค 2018 สายบางเบาพกพาสะดวก แต่สเปกแรงและคุ้มราคา

Arip
สนับสนุนเนื้อหา
หลังมีโน๊ตบุ๊คเปิดตัวใหม่หลายรุ่นในปี 2018 ก็ตามธรรมเนียม Buyer Guide บทความแนะนำสินค้าไอทีประจำเว็บ รอบนี้มาดู 8 โน๊ตบุ๊ครุ่นบางแต่สเปกดี และราคาน่าสอยของปีนี้กันครับ
อยากได้โน๊ตบุ๊คดี ๆ ที่พกพาง่าย ก็คงเจอคำแนะนำให้ซื้อ Ultrabook ไปเลย ที่ทั้งบางเบาและสเปกแรง แต่ราคากระโดดไปไกลเหลือหลาย แต่ใช่ว่าจะไม่มีรุ่นราคาไม่เกินเอื้อมซะทีเดียว ในที่นี้ก็ขอแนะนำโน๊ตบุ๊ค 2018 ทั้ง 8 รุ่น จาก 7 แบรนด์ ที่มาพร้อมซีพียู Intel Gen 8th ทั้งหมด (เป็นรุ่น Intel Core i5-8250U ซะส่วนใหญ่) และความบางเบากำลังดี ส่วนจะมีรุ่นอะไรบ้างมาดูกันเลย
ASUS VivoBook S14 S410UN
untitled-2เริ่มกันที่ VivoBook โน๊ตบุ๊คบางเบาราคาประหยัดจาก Asus ซึ่งเปิดตัวตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว มาปีนี้ก็อัพเกรดซีพียูใหม่เป็น Intel Gen 8th ในรุ่น Intel Core i5-8250U และมาพร้อมการ์ดจอแยกรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce MX150 ด้วย ส่วนตัวเครื่องก็มีทั้งหน้าจอ Anti-Glare ไม่สะท้อนแสง เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบน Touchpad กล้อง Windows Hello ปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้าได้ และน้ำหนักเครื่องเพียง 1.43 กิโลกรัมเท่านั้น
สเปก ASUS VivoBook S14 S410UN
Display : 14 นิ้ว Anti-Glare ความละเอียด Full HD
CPU : Intel Core i5-8250U
VGA : NVIDIA GeForce MX150 2GB GDDR5
Ram : 8GB DDR4
SSD : 256GB
OS : Windows 10 Home
ราคา 25,900 บาท
Acer Swift 3 SF314-52G
untitled-3หลังเคยสร้างความฮือฮาในวงการ Ultrabook ปีที่แล้ว เมื่อทาง Acer เปิดตัวโน๊ตบุ๊คซีรีส์ใหม่อย่าง Swift 3 ที่มาพร้อมสเปก ความบางเบา และวัสดุระดับเดียวกับ Ultrabook ตัวแพง ๆ กันเลย แต่ราคาถูกกว่ากันถึงครึ่ง !! มาปีนี้ก็อัพเกรดซีพียูใหม่เป็น Intel Gen 8th เช่นเดียวกัน แต่มีการปรับดีไซน์เครื่องเล็กน้อย ด้วยการเพิ่มขอบเงิน และสีเครื่องใหม่อย่างสีน้ำเงินเข้ามาด้วย ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 1.5 กิโลกรัม
สเปก Acer Swift 3 SF314-52G
Display : 14 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD
CPU : Intel Core i5-8250U
VGA : NVDIA GeForce MX150 2GB DDR5
Ram : 8GB DDR4
SSD : 256GB
OS : LINUX
ราคา 23,900 บาท
HP 14-bp104tx
untitled-4
แนะนำรุ่นที่มาพร้อมการ์ดจอ NVDIA GeForce MX150 ไป 2 รุ่นแล้ว มาดูรุ่นที่ใช้การ์ดจอจาก AMD บ้าง อย่าง HP 14-bp104tx มาพร้อมการ์ดจอ AMD RADEON 530 แทนที่ Radeon R7 M445 รุ่นก่อนหน้านี้เอง ความพิเศษที่เหลือของโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้คือ พอร์ตเชื่อมต่อมีมากมาย แม้มีร่างบางเบาที่หนักเพียง 1.46 กิโลกรัม กับบานพับที่แข็งแรงเป็นพิเศษ และราคาที่อยู่ประมาณ 2 หมื่นบาทต้น ๆ เท่านั้น
สเปก Acer Swift 3 SF314-52G
Display : 14 นิ้ว TN ความละเอียด HD (1366 × 768)
CPU : Intel Core i5-8250U
VGA : AMD RADEON 530 2GB DDR3
Ram : 4GB DDR4
SSD : 256GB
OS : Dos
ราคา 20,990 บาท
HP ENVY 13-ad147TX
untitled-5หาก HP 14-bp104tx ยังแรงไม่พอ ก็อัพเกรดงบอีกระดับ แล้วมาดู HP ENVY 13-ad147TX ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น Ultrabook ตัว Top เวอร์ชั่นจับต้องได้จาก HP ก็ว่าได้ โดยหน้าจอและวัสดุ คือระดับ Hi-End อย่างแท้จริง น้ำหนักอยู่ที่ 1.39 กิโลกรัม เบาทีเดียว ส่วนสเปกก็มี Intel Core i5-8250U กับ NVDIA GeForce MX150 แต่ที่พิเศษคือ SSD ขนาด 360GB ส่วนแรมมีขนาด 4GB แบบ DDR3L ซึ่งก็เป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อแลกกับราคาที่ถูกลง
สเปก HP ENVY 13-ad147TX
Display : 13.3 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD
CPU : Intel Core i5-8250U
VGA : NVDIA GeForce MX150 2GB
Ram : 4GB DDR3L
SSD : 360GB
OS : Windows 10 Home
ราคา 35,400 บาท
LENOVO ideapad 320S
untitled-6เรียกว่าเป็นรุ่นที่พัฒนามาสู้กับ Swift 3 ก็ไม่ผิดนัก สำหรับ LENOVO ideapad 320S เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาอีกตัว ที่มีสเปกทั้งหน้าจอ ซีพียู แรม และการ์ดจอ ครบครันพอ ๆ กับ Swift 3 กันเลย แต่จุดที่แตกต่างคือ น้ำหนักเบากว่าเพียง 1.20 กิโลกรัม และขอบหน้าจอบางกว่า แต่แลกกับราคาที่มากกว่าเล็กน้อย
สเปก LENOVO ideapad 320S
Display : 13.3 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD
CPU : Intel Core i5-8250U
VGA : NVDIA GeForce MX150 2GB
Ram : 8GB DDR3L
SSD : 256GB
OS : Windows 10 Home
ราคา 26,490 บาท
LENOVO Miix 520
untitled-7
โน๊ตบุ๊คกึ่งแท็บเล็ตหรือ 2-in-1 เพียงหนึ่งเดียวในนี้ เป็นรุ่นที่่ต่อยอดจาก Miix 510 โดยปรับปรุงจุดด้อยหลาย ๆ อย่างจนออกมาเป็น Miix 520 ต้องบอกเลยว่า “ดีกว่าเดิมเยอะ” อย่างงานประกอบที่ดูแข็งแรงขึ้น หน้าจอรองรับแรงกดของปากกา (Active Pen จาก Wacom) ได้ถึง 4,096 ระดับ สเปกก็อัพเกรดซีพียูใหม่เป็น Intel Gen 8th แล้ว และที่พิเศษคือ กล้องสแกน 3 มิติ กับ ที่สแกนลายนิ้วมือ ส่วนน้ำหนัก ถ้ารวมกับคีย์บอร์ดก็อยู่ที่ 1.25 กิโลกรัม แต่ไม่รวมก็อยู่ที่เพียง 900 กรัมเท่านั้น
สเปก LENOVO Miix 520
Display : 13.3 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD
CPU : Intel Core i5-8250U
VGA : NVDIA GeForce MX150 2GB
Ram : 8GB DDR3L
SSD : 256GB
OS : Windows 10 Home
ราคา 35,490 บาท
DELL Inspiron 13 5370
untitled-8
เป็นครั้งแรกที่เห็น โน๊ตบุ๊ครุ่นบางเบาราคาไม่แพงจากแบรนด์นี้ โดยปกติ Dell มักจะทำรุ่นบางเบากับซีรีส์ XPS มากกว่า ซึ่งสวยงามเอาเรื่องทีเดียว ส่วนราคาก็เอาเรื่องเช่นกัน กระทั่งมีโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่จากซีรีส์ Inspiron อย่าง DELL Inspiron 13 5370 รอบนี้มาพร้อมความบางเบาและสเปกคุ้มค่าพอ ๆ กับที่แนะนำมาทั้งหมดเลย และเป็นอีกรุ่นที่มาพร้อมการ์ดจอ AMD Radeon 530 เช่นเดียวกับ HP 14-bp104tx สำหรับน้ำหนักตัวเครื่องก็อยู่ที่ 1.39 กิโลกรัม ถือว่าเบาผิดกับ Inspiron ที่เคยเห็น ๆ กันเลย
สเปก DELL Inspiron 13 5370
Display : 13.3 นิ้ว Anti Glare ความละเอียด Full HD
CPU : Intel Core i5-8250U
VGA : AMD Radeon 530 2GB GDDR5
Ram : 4GB DDR4
SSD : 256GB
OS : Ubuntu
ราคา 24,900 บาท
Level 51 Shizen
untitled-9
ขอปิดท้ายด้วยโน๊ตบุ๊ครุ่นพิเศษ ไม่มีใครเหมือนอย่าง Level 51 Shizen เป็นโน๊ตบุ๊คจากแบรนด์คนไทยนี่เอง (อยากรู้ว่าแบรนด์นี้เป็นไง ลองดูรีวิว Level 51 NX นี้เลย หรือดูรายละเอียดได้ที่ level51pc.com) สำหรับเจ้า Shizen นี้ อาจมีราคาแพงสุดในนี้ แต่ก็แลกกับสเปกที่เรียกได้ว่า “โคตรจัดเต็ม” และคุ้มค่าสุดเมื่อเทียบกับ Ultrabook ตัว Top ของแบรนด์อื่นๆ โดยจุดเด่นคือ เลือกสเปกแต่ละอย่างเองได้ตามใจชอบ มาพร้อมซีพียู Intel Core i7-8550U จอ QHD+ กับพอร์ต Thunderbolt 3 เอาไว้ต่อกับ External Graphics เพื่อเปลี่ยนเป็น Desktop เกมมิ่งได้ภายหลัง และสุดท้ายน้ำหนักอยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม
สเปก Level 51 Shizen
Display : 13.3 นิ้ว Anti Glare ความละเอียด QHD+ (3200×1800) พร้อม High Gamut
CPU : Intel Core i7-8550U
VGA : Intel UHD Graphics 620 (เลือกเป็นการ์ดจอ Quadro ก็ได้ แต่ราคาดุเอาเรื่อง)
Ram : 8GB DDR4-2800 Patriot VIPER
SSD : 120GB (Corsair Force MP500 NVMe มีโปรแถมฟรีช่วงนี้อยู่)
OS : Windows 10 Home (ลงโปรแกรมอะไรเรียบร้อย แต่ยังไม่มีคีย์แท้นะ ถ้าเอาก็ + เพิ่ม)
ราคา 37,680 บาท

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : www.aripfan.com

โดนแล้ว! FBI แนะนำ อย่าใช้สมาร์ทโฟนของ Huawei

FBI แนะนำ อย่าใช้สมาร์ทโฟนของ Huawei

FBI แนะนำ อย่าใช้สมาร์ทโฟนของ Huawei

แบไต๋
สนับสนุนเนื้อหา
ความฝันในการเข้าตีตลาดสมาร์ทโฟนของ Huawei คงต้องสลายไป เพราะในสัปดาห์นี้ FBI ออกมากล่าวเตือนชาวอเมริกาว่า อย่าใช้ผลิตภัณฑ์จาก Huawei เพราะมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยข่าวที่ AT&T ถอยออกมาจากข้อตกลงเกี่ยวกับการขาย Huawei Mate 10 Pro 
“เรากังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการยอมให้บริษัทใดๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลต่างชาติมาร่วมแบ่งปันและเข้าควบคุมส่วนหนึ่งของเครือข่ายระบบสื่อสาร โดยประเด็นนี้อาจทำให้มีการแอบฝังมัลแวร์เข้ามาขโมยข้อมูลส่วนตัวไปได้” Chris Wray หัวหน้า FBI กล่าว
การให้สัมภาษณ์ของ Wray ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับ Huawei ซึ่งกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับข่าวการรีวิว Mate 10 Pro อย่างไม่เป็นไปตามความจริง
Huawei มีการตอบกลับผ่าน CNBC อ้างว่า บริษัทจะไม่ทำเรื่องที่ส่งผลต่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้ใช้
ในปีที่ผ่านๆ มา Huawei กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการตลาดสมาร์ทโฟน แต่ก็ยังไม่ได้รับความเชื่อใจจากอเมริกา ทำให้การเข้ามาตีตลาดสมาร์ทโฟนอเมริกาเป็นไปได้ยาก

หลุด วิดีโอโปรโมท Samsung Galaxy S9 และ S9 อย่างเป็นทางการ

หลุด วิดีโอโปรโมท Samsung Galaxy S9 และ S9 อย่างเป็นทางการ

หลุด วิดีโอโปรโมท Samsung Galaxy S9 และ S9 อย่างเป็นทางการ

แบไต๋
สนับสนุนเนื้อหา
Samsung กำลังจะเปิดตัว Galaxy S9 และ S9+ อย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แล้ว (25 กุมภาพันธ์ 2018) เ ภายในงาน Unpacked ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน (เวลาประมาณ 24.00 น. ในประเทศไทย)
ล่าสุดได้มีวิดีโอโปรโมท Galaxy S9 และ S9+ อย่างเป็นทางการหลุดออกมา ซึ่งเปิดเผยให้เห็นการผสานรวมการใช้ชีวิตประจำวันด้วยสมาร์ทโฟน รวมเข้ากับเทคโนโลยี AI ได้อย่างเหนือชั้น และเป็นฟีเจอร์แบบที่ผู้ใช้หลายคนจินตนาการเอาไว้
สมกับคำว่า Reimagined จริงๆ
นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นการทำงานร่วมกับ Samsung DeX เพื่อใช้งาน Galaxy S9 และ S9+ ในรูปแบบเดสก์ท็อปได้อย่างยอดเยี่ยม และยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงด้วย
ในส่วนของดีไซน์น้้น ใกล้เคียงกับข่าวลือและภาพเรนเดอร์ต่างๆที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้แทบจะทุกประการ
คงต้องรอดูกันว่า Samsung จะโชว์ความสามารถของฟีเจอร์ใดใน Galaxy S9 และ S9+ เป็นสำคัญ ในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่กำลังจะถึงนี้

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

แอป 5 ประเภท ที่ “ควร” ลบออกจากเครื่องแอนดรอยด์ของคุณ!

แอป 5 ประเภท ที่ “ควร” ลบออกจากเครื่องแอนดรอยด์ของคุณ!

แอป 5 ประเภท ที่ “ควร” ลบออกจากเครื่องแอนดรอยด์ของคุณ!

แบไต๋
สนับสนุนเนื้อหา
แอปในสมาร์ทโฟนที่มี บางแอปใช่ว่าจะดีเสมอไป บางแอปที่เคลมตัวเองว่าทำได้ มันก็ไม่ช่วยทำให้ได้สมคำที่โปรยไว้ จนอยากลบแอปเหล่านั้นออกไป แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแอปไหนที่ไม่ต้องการให้อยู่บนเครื่องของเรา วันนี้จะมาจัดกลุ่ม 5 แอปที่ควรลบออกจากเครื่อง (โดยเฉพาะเครื่องที่เป็นแอนดรอยด์)

แอปที่เคลมตัวเองว่า “คืนพื้นที่ให้แรมได้”

แน่นอนว่าแอปทุกตัวที่เราใช้งานบนสมาร์ทโฟน ต้องอาศัยพื้นที่ของแรม ไม่ว่าจะเป็นแอปที่เราเปิดอยู่ หรือแอปที่เคยเปิดไว้ แล้วสลับไปใช้แอปอื่น (Background App) ก็ยังกินพื้นที่ในแรมทั้งนั้น เหล่าแอปที่โฆษณาว่าช่วยคืนพื้นที่ให้กับแรมของคุณได้ก็ผุดออกมาอย่างกับดอกเห็ด โดยอาศัยแค่ว่า “กดทีเดียว ล้างได้หมด แล้วได้พื้นที่กลับมา” แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพื่อเมื่อสั่งล้างแรม แอปพวกนี้ก็จะไปปิดแอปที่อยู่เบื้องหลังทิ้งให้แรมกลับมา แล้วเมื่อเราต้องการใช้แอปเหล่านั้นอีกครั้ง ก็ต้องเสียกำลัง cpu เสียไฟในแบตไปเปิดแอปใหม่อีก สรุป ได้ไม่คุ้มเสีย
ระบบของแอนดรอยด์จะคอยบริหารจัดการพื้นที่ของแรมอย่างอัตโนมัติและตลอดเวลา และยังรู้อีกว่าเมื่อไหร่ที่แอปเหล่านั้นจะถูกเรียกใช้งาน เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องลงไว้ในเครื่องเพื่อคืนพื้นที่ให้แรม

แอปตระกูล Clean Master

แอปจำพวก Clean Master หรือที่มีคล้ายๆ กัน มักเคลมตัวเองว่าสามารถล้างสิ่งที่เราไม่ต้องการออกไปได้หมด อย่างแอปบางตัว หรือไฟล์ข้อมูล
ถึงแม้แอปจำพวกนี้จะบอกไว้ว่า “ล้างได้อย่างหมดจด” แต่ก็แน่นอน การล้างหมดจดก็ต้องแลกกับแบตเตอรี่ที่หมดจดไปด้วยเช่นกัน เพราะแอปเหล่านี้ต้องใช้พลังงานในตัวเครื่องจำนวนมาก รวมไปถึงโฆษณาแอบแฝงที่จะโผล่กระเด้งบนหน้าจอเราตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งอินเทอร์เน็ตที่เรามี อาจจะหมดไปกับโฆษณาที่โผล่มาจากแอปเหล่านี้ก็เป็นได้
สิ่งที่สามารถทำแทนกันได้ คือการเข้าไปล้างด้วยตนเองนี่แหละ ด้วยการเข้าไปที่ Setting > Storage แล้วเลือก Cache Data ในส่วนของ Clear Cache Data Prompt แต่ถ้าเป็นแคชที่แอปได้เก็บเอาไว้ ก็ไปที่ Setting เหมือนกัน แต่ให้เลือกที่ Apps > Downloaded แล้วเลือกแอปที่ต้องการจะล้างแคช แล้วกด Clear Cache ได้เลย

แอปจำพวก Antivirus

แอปตระกูลนี้ ถือว่าเป็นดาบสองคมของผู้ใช้งานเลยก็ว่าได้ ทั้งมีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ มีประโยชน์ตรงที่ใครที่ใช้งานแบบโลดโผน ลงแอป APK ในเครื่อง หรือเข้าเว็บแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่ามีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า จะลงไว้ไม่เสียหาย แต่ถ้าไม่ได้เป็นแบบแรก ใช้งานอย่างดี ลงแอปผ่าน Play Store เท่านั้น ก็ไม่ต้องลงในเครื่องให้เปลืองพื้นที่ เปลืองแรม เปลืองพลังงานเครื่องก็ได้ เพราะ Google ป้องกันระบบผู้ใช้มาอย่างดีพอสมควร ถ้าต้องการฟังก์ชั่นติดตามเครื่องก็ทำผ่าน Android Device manager ก็ได้

แอปที่ช่วยประหยัดแบต

อันนี้จะคล้ายๆ กับแอปที่เคลมว่าคืนพื้นที่ให้แรมได้ แต่จะเป็นแอปที่ช่วยบริการจัดการการใช้แบตเตอรี่ของเครื่องได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องลงแอปเหล่านี้เพื่อช่วยบริหารจัดการอีกแรง เพราะว่าในเครื่องแอนดรอยด์ทุกเครื่อง จะมีหน้ามอนิเตอร์แบตเตอรี่ที่ใช้งานอยู่แล้ว จะคอยพยากรณ์ว่าในจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ในตอนนี้ จะใช้งานได้นานเท่าไหร่ และยังดูได้อีกว่าแอปไหนบ้างที่ใช้พลังงานจากเครื่องเราออกไปเท่าไหร่
ที่สำคัญคือฟังก์ชั่นที่จำเป็นในการจัดการแบตเตอรี่นั้นจำเป็นต้อง Root เครื่องเพื่อเข้าถึง แอปส่วนใหญ่จึงทำหน้าที่ได้แค่บอกว่าแอปอะไรที่กินแบตมากเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่เสียไป โฆษณาในเครื่องที่มากขึ้น ก็ไม่คุ้มค่าที่จะลงแอปพวกนี้

แอปที่แถมมากับเครื่องแต่เราไม่เคยแตะต้องมันเลย (Bloatware)

ทั้งนี้ รวมถึงแอปที่เราติดตั้งไว้ในเครื่อง แต่เราไม่เคยแตะมันเลยเช่นกัน แอปเหล่านี้ไม่ใช่ไม่ดี แต่แอปที่เข้ากรุ๊ปนี้ล้วนไม่ดีต่อพื้นที่ความจำในตัวเครื่องที่เรามี เพราะเหมือนเป็นการทำให้ที่เก็บข้อมูลในเครื่องนั้น ค่อยๆ หมดลงไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าแอปทุกตัวที่ติดตั้งมากับเครื่องจะลบได้หมด บางแอป บางตัว ก็ลบออกไม่ได้ ซึ่งอันนี้ต้องทำใจกับมันไปละกัน… ทางแก้แบบไม่รูทเครื่องคือ ซื้อรุ่นที่มีแอปแถมน้อยๆ ครับ
สุดท้ายนี้ ขึ้นอยู่กับตัวของผู้ใช้งานเองว่า จะเลือกใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณในแบบไหน ใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือไม่ก่อประโยชน์ ขึ้นอยู่กับตัวคุณ ส่วนแอปที่เข้าข่ายทั้ง 5 ประเภทนี้ ถ้าเลี่ยงได้ ก็ควรเลี่ยง จะดีที่สุด

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : www.beartai.com