วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Apple จะใส่ “Face ID” ใน iPhone ใหม่ 3 รุ่น, และเพิ่ม “ซัพพลายเออร์จากจีน” มาเสริมทัพ

Apple จะใส่ “Face ID” ใน iPhone ใหม่ 3 รุ่น, และเพิ่ม “ซัพพลายเออร์จากจีน” มาเสริมทัพ

Apple จะใส่ “Face ID” ใน iPhone ใหม่ 3 รุ่น, และเพิ่ม “ซัพพลายเออร์จากจีน” มาเสริมทัพ

แบไต๋
สนับสนุนเนื้อหา
รายงานล่าสุดจาก  The Korea Herald ระบุว่า Apple วางแผนที่จะเพิ่ม Face ID ลงใน iPhone ใหม่ จำนวน 3 รุ่น และกำลังจะเปลี่ยนซัพพลายเออร์ที่ผลิตสิ้นส่วนสำคัญเสียใหม่ หลังจากที่เคยเกิดปัญหาการผลิต iPhone X ล่าช้า เมื่อปี 2017
แหล่งข่าวอ้างอ่าว LG Innotek จะกลับมาเป็นซัพพลายเออร์สำหรับผลิตชิ้นส่วนหลัก และซัพพลายเออร์จากประเทศจีนก็จะผลิตชิ้นส่วนที่เหลือ ส่วน Sharp ที่เคยผลิตชิ้นส่วนให้กับ iPhone X นั้น ไม่ได้รับการต่อสัญญา
แหล่งข่าววงในได้กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2018 ที่ผ่านมา LG Innotek ได้ประการลงทุนถึง 820.9 ล้านเหรียญ ในการสร้างโรงงานสำหรับผลิตกล้องและโมดูลรุ่นใหม่เพิ่มเติม ซึ่งส่วนใหญ่จะรองรับการผลิตตามออเดอร์ของ Apple
มีข่าวลือว่า Apple จะเปิดตัว iPhone หน้าจอ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว, หน้าจอ LCD ขนาด 6.1 นิ้ว และหน้าจอ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ในช่วงครึ่งหลังของปี 2018 นี้

[How To] 4 เรื่องที่ควรดูหากสนใจมือถือในโซนล้างสต็อก

[How To] 4 เรื่องที่ควรดูหากสนใจมือถือในโซนล้างสต็อก

[How To] 4 เรื่องที่ควรดูหากสนใจมือถือในโซนล้างสต็อก

S! Hitech
สนับสนุนเนื้อหา
นอกจากสีสันของมือถือรุ่นใหม่ที่มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจแล้ว ก็จะมีโซนลดราคาประมาณว่า ถูกเป็นพิเศษ เนื่องจากของเหลืออยู่ในสต็อก เหลือรอการระบาย ทำให้คุณดึงดูแล้วอยากได้มีเรื่องอะไรที่คุณต้องระวังบ้าง ทีม Sanook! Hitech ได้รวมเรื่องเหล่านี้มาฝากกัน
untitled-3

สภาพตัวเครื่องต้องสมบูรณ์

การดูเครื่องลดราคาแบบ ล้างสต็อก อาจจะคาดหวังเรื่องกล่องไม่ได้เพราะอาจจะมีสภาพกล่องที่สมบูรณ์คงยาก นอกจากจะฟลุ๊กจริงๆ การขอดูสภาพเครื่อง และพร้อมใช้งานก็ควรนำมาคิดด้วย
วิธีเช็คง่ายๆ คือการดูสภาพเครื่องจะต้องไม่มีรอย, ชาร์จไฟ, ฟังเพลง, และหน้าจอ จะต้องอยู่ในสภาพปกติ และสามารถใส่ซิมการ์ดแล้วใช้งานได้ตามปกติด้วย
untitled-4

อุปกรณ์ติดกล่องต้องถามให้ละเอียด

อุปกรณ์ติดกล่องนั้นควรจะตรวจสอบว่าครบหรือไม่ และของที่ติดกล่องเป็นของเครื่องนี้หรือไม่ เพราะต้องไม่มีการเปิด หรือมีรอยฉีก สภาพต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์
แต่ถ้ามีไม่ครบต้องสอบถามกับผู้ขายให้เรียบร้อย

ราคาเครื่องจะต้องเหมาะสม

ราคาของเครื่องที่ลดล้างสต็อกแบบนี้ไม่ควรจะแพงมาก แต่ถ้าบางเครื่องอาจจะแพงถ้าออกเครื่องใหม่ แต่ถ้าซื้อติดโปรฯ ราคาถูกลง ฉะนั้นต้องคิดให้ดีก่อนที่จะซื้อนะครับ เพราะบางคนอยากได้เครื่องเปล่ามากกว่า

สอบถามเรื่องประกันให้ชัดเจน

เมื่อเช็คทั้งหมดแล้วประกันของเครื่องจะต้องสอบถามให้ชัดเจน หากเกิดปัญหาระหว่างใช้งานจะได้คลายความกังวล แต่ถ้าเครื่องนั้นเก่าเกินไปอาจจะทำให้ประกันหมดลงไปแล้วก็เป็นได้
เมื่อตกลงปลงใจแล้วว่าจะเอามือถือในเรื่องของตัวเครื่องแบบนี้แล้วก็อย่าลืมตรวจสอบเครื่องให้สมบูรณ์ก่อนที่จะจ่ายเงินเดินออกจากร้านไปจะดีที่สุดครับ

4 ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้อง

4 ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้อง

4 ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้อง

iphonemod
สนับสนุนเนื้อหา
องค์ความรู้ เทคนิค และวิธีใช้ iPhone มีมาให้ติดตามกันมากมายในอินเทอร์เน็ตโดยประเด็นที่ถกเถียงกันมากพอสมควร คือ การชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้อง จะมีประเด็นไหนบ้างติดตามกันเลย

สำหรับเทคนิคและวิธีการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้องนั้น มีการแนะนำกันอย่างมากมาย โดยบางวิธีเป็นวิธีที่ใช้มานานแล้ว และบางวิธีเป็นเทคนิคใหม่ที่เพิ่งแนะนำกัน
1
แต่วิธีการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้องนั้น เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากมาย วันนี้เราได้รวบรวมประเด็นดังกล่าวและการวิเคราะห์โดยเว็บไซต์ idropnews มาให้ชมกัน
ประเด็นที่ 1. ต้องใช้แบตเตอรี่ให้หมดก่อน จึงจะเริ่มชาร์จใหม่
เคยมีผู้เผยวิธีนี้ว่า ให้ใช้แบตเตอรี่ให้หมดจด 0% แล้วค่อยชาร์จให้เต็ม การชาร์จบ่อยจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว  แต่เว็บไซต์ idropnews เผยว่า แบตเตอรี่ iPhone ปัจจุบันเป็นแบบ Lithium-ion ไม่ใช่เป็นแบบ nickel cadmium และ nickel-metal เหมือนแต่ก่อน โดยแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion จะฉลาดกว่า มีการนับรอบการชาร์จได้ดี ผู้ใช้จะชาร์จเมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ต่ำกว่า 20% หรือเหลือ 0%
2
หาก % แบตเตอรี่เหลือน้อยหรือหมดเหลือ 0% เมื่อเราเสียบชาร์จ ตัว iPhone จะปรับโหมดให้ชาร์จเร็วขึ้นรับกระแสไฟมากขึ้นทำให้ ตัวเครื่องมีความร้อน ซึ่งความร้อนเป็นสาเหตุทั่วไป ที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว แต่ถ้าหากเราชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ประมาณ 80% ตัว iPhone จะปรับโหมดให้ชาร์จช้าลงและรับกระแสไฟน้อยลง ทำให้เครื่องร้อนน้อยและเป็นการถนอมแบตเตอรี่ไปในตัว
ประเด็นที่ 2. ถ้าชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ข้ามคืน (เต็ม 100% แล้ว) จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว
เว็บไซต์ idropnews เผยว่า แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างทันสมัย หากการชาร์จแบตเตอรี่เต็มความจุเมื่อไหร่ ตัวแบตเตอรี่ก็จะหยุดรับกระแสไฟทันที ซึ่งไม่เหมือนกับแบตเตอรี่รุ่นเก่าๆ ดังนั้นการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone แบบข้ามคืน ก็ไม่ได้ส่งผลกับการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่โดยตรง
3
Advertisement Replay Ad
แต่สิ่งที่ควรระวังคือ การชาร์จแบตเตอรี่ด้วยหัวแปลง ปลั๊ก และสายเชื่อมต่อที่ไม่มีคุณภาพอาจส่งผลอันตรายจาก iPhone ได้ เนื่องจาก การเสียบสายแล้วกระแสไฟวิ่งอยู่ หากอุปกรณ์ไม่มีมาตรฐานอาจจะเกิดความร้อนและลุกไหม้ได้
ประเด็นที่ 3. ปิด Bluetooth, Wi-Fi และแอปที่ไม่ได้ใช้ จะช่วยให้อายุใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น
เว็บไซต์ idropnews เผยว่า ก่อนหน้านี้เราเชื่อกันว่า Bluetooth, Wi-Fi ใช้แบตเตอรี่จำนวนมาก แต่การกด ปิด-เปิด ฟังก์ชั่นดังกล่าวก็ใช้แบตเตอรี่ในปริมาณที่ไม่แตกต่างกัน นั่นหมายความว่า หากอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth, Wi-Fi ตลอดเวลาก็ควรเปิดไว้ แต่ถ้าช่วงไหนไม่ได้ใช้ก็ปิดไว้นั่นเอง
4
นอกจากนั้น เว็บไซต์ idropnews เผยว่า การปิดแอป (ปิดผ่าน Multitasking) แล้วเปิดใหม่ ระบบก็จะไปโหลดข้อมูลในแอปขึ้นมาอยู่ดีซึ่งก็ต้องใช้แบตเตอรี่ในการประมวลผล แต่การเปิดแอปให้ทำงานเบื้องหลังก็ใช้แบตเตอรี่เช่นกัน จึงแนะนำว่า แอปไหนที่ไม่ได้ใช้ก็ให้ปิดไว้ไม่ต้องให้ทำงานเบื้องหลัง แต่แอปไหนที่ใช้บ่อยก็ควรเปิดไว้ เพราะถ้าเราไม่ได้ใช้งานแอปนั้นมันก็จะอยู่ในสถานะ “แช่แข็ง” ไม่ทำงาน
ประเด็นที่ 4. ชาร์จ iPhone ต้องใช้อุปกรณ์การชาร์จของ Apple เท่านั้น
อุปกรณ์การชาร์จ iPhone ในปัจจุบันมีให้เลือกซื้อกันอย่างมากมายในท้องตลาด ทั้งจาก Apple เอง หรือผู้ผลิตรายอื่นทำออกมาจำหน่าย เว็บไซต์ idropnews แนะนำว่าผู้ใช้ iPhone สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์การชาร์จจากผู้ผลิตรายใดก็ได้ แต่ที่สำคัญ ต้องมีคุณภาพและการรับรองมาตรฐาน
5
การรับรองมาตรฐานอุปกรณ์การชาร์จจากผู้ผลิตรายอื่นที่แนะนำนั้น คือ ต้องมีสัญลักษณ์ MFI (Made for iPhone) ซึ่งสัญลักษณ์นี้หมายความว่า Apple ได้รับรองแล้วว่า อุปกรณ์การชาร์จ สามารถใช้กับ iPhone ได้ หากเป็นอุปกรณ์การชาร์จจากผู้ผลิตรายอื่นที่ไม่มีสัญลักษณ์ MFI ก็ถือว่ามีความเสี่ยงพอสมควร
ขอบคุณ – idropnews
ทั้งหมดนี้เป็นการวิเคราะห์และแนะนำ เกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวกับกับการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้องโดยเว็บไซต์ idropnews ผู้ใช้ iPhone ควรศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์ Apple.com หรือถ้าใครมีวิธีอื่นๆ ที่น่าสนใจสามารถแนะนำกันได้เลย

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

รีวิว Samsung Gear icon X (2018) หูฟังไร้สายตัวแรกของ Samsung ที่ฟิตพอดีกับการออกกำลังกาย


รีวิว Samsung Gear icon X (2018) หูฟังไร้สายตัวแรกของ Samsung ที่ฟิตพอดีกับการออกกำลังกาย

รีวิว Samsung Gear icon X (2018) หูฟังไร้สายตัวแรกของ Samsung ที่ฟิตพอดีกับการออกกำลังกาย

Samsung เป็น Brand สินค้าที่พยายามทำ Gadget ออกมาให้หลากหลายและน่าสนใจอย่างมาก และในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัว Gear icon X (2018) และ Gear Sport ซึ่งเป็น 2 อุปกรณ์ที่ช่วยให้เพลิดเพลินกับการออกกำลังกาย แต่ทีมงาน Sanook! Hitech ขอยก Gear icon X มาให้ได้อ่านก่อนดีกว่า

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่องและการออกแบบดีไซน์ของ Samsung Gear icon X (2018)

แรกเห็น Gear icon X (2018) จะเป็นกล่องเก็บหูฟังแบบเรียบง่าย ซึ่งมีไฟบอกสถานะด้านหน้า 3 สีได้แก่สีเขียว =  ไฟเต็ม, ไฟแดง = กำลังชาร์จ  พร้อมปุ่มกดเปิดฝา
ด้านหลังของที่ชาร์จ เป็นช่อง USB-C และมีปุ่ม Pair Bluetooth ซึ่งของรุ่นแรกที่ไม่ได้ขายในเมืองไทย ไม่มีปุ่มนี้
ภายในจะพบกับหูฟัง Gear icon X (2018) ซึ่งมีขนาดไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป และออกแบบเน้นเรื่องการสัมผัส เพราะจะไม่มีปุ่มกดใดๆ
นอกจากนี้ด้านหลังมีจุกหูฟังแบบ In Ear ซึ่งมีข้อดีคือแน่นไม่หลุดง่าย และเปลี่ยนขนาดได้ แถมเซนเซอร์จับว่าใสข้างไหนอยู่ และเราสามารถใส่ฟังเพลงข้างเดียวได้เช่นกัน

ของให้ในกล่องเมื่อซื้อ Samsung Gear icon X (2018)

ภายในกล่องของ Gear icon X (2018) จะประกอบไปด้วย
-ตัวเครื่องพร้อมกล่องชาร์จ Gear icon X
-สายชาร์จไฟ USB-C
-จุกเปลี่ยนรูปแบบให้ทั้งหมด 8 อัน (S, M, L) พร้อมส่วนขยายทำให้ตัวเครื่องยาวขึ้น

เปิดเครื่องใช้งาน Samsung Gear icon X (2018) พร้อมการทดสอบฟังก์ชันต่างๆ

การเปิดเครื่องของ Samsung Gear icon X ทำได้ง่าย แค่เปิดฝากล่องเก็บหูฟัง ใส่หูแล้วใช้งานได้เลย สะดวกสบายไม่ต้องทำอะไรมา แค่เชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ของคุณก็พอแล้ว
การใช้งานไม่ได้ยาก เพราะใช้การสัมผัสทั้งหมด โดยมีลักษณะการทำงานดังนี้
-แตะ 1 ทีจะเป็นการเล่นเพลงหรือหยุดเพลงชั่วคราว
-แตะปัดขึ้น หรือปัดลง เพื่อปรับระดับเสียง
-แตะขึ้นหรือลง 2 ครั้งไล่กัน เป็นการเปลี่ยนเพลงเดินหน้าหรือถอยหลัง
-ถ้าใส่ทั้ง 2 ฝั่งแตะอีกฝั่งหนึ่ง จะเป็นการเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย
นอกจากนี้ใน Apps Samsung Gear จะมีการอัปเดทข้อมูลของเครื่อง, บอกปริมาณแบตเตอรี่ และโยนเพลงเข้าไปข้างใน พร้อมกับตั้งเรื่องของการออกกำลังกายได้ แต่น่าเสียดายไม่มี Heart Rate Sensor มาให้เท่านั้นเอง
ภาพรวมของการได้ลองฟังเสียงของ Samsung Gear icon X (2018) ถือว่าดีใช้ได้กับราคาของเครื่องและสามารถปรับแต่งเสียงได้เยอะดี แต่อาจจะไม่ให้สุนทรีมากเท่ากับหูฟังราคาที่แพงกว่า แต่นี่ก็ถือว่าดีสำหรับคนที่ต้องการหูฟังไร้สาย (ไม่สิ) หูฟังไม่มีสายมารบกวนขนาดเล็กพกพา
แต่สิ่งที่ต้องปรับปรุงกก็มีคือลักษณะการใช้งานอาจจะดูสับสนในตอนแรกนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่แม้ว่าจะดีกว่ารุ่นเดิม แต่มันก็แอบสั้นไปหน่อย

สรุปผลหลังทางทีมงาน Sanook! Hitech ได้ทดสอบและลองเล่น Samsung Gear icon X (2018) มาสักระยะ

เป็นอีกหูฟังผู้ช่วยออกกำลังกายที่เสียงถือว่าใช้ได้และก็มีเรื่องของการบอกข้อมูลการออกกำลังกายที่ดีไม่เบา และทำงานดีไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ของ Samsung หรือไม่ และเป็นหูฟังไร้สายแบบไม่มีสายให้กวนใจ ราคาถูกที่สุดคือ 5,900 บาท
แต่เมื่อเทียบกับหูฟังแนวออกกำลังกายที่มีสายแล้ว Gear icon X อาจจะเสียเปรียบเรื่องความทนทานของแบตเตอรี่ และการสั่งงานนิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่ถ้าอยากได้ความแปลกใหม่มากกว่า
สรุปจุดเด่นของ Samsung Gear icon X (2018)
-ขนาดพกพาสะดวกใส่แล้วไม่หลุด
-ใช้ทัชทั้งหมด ทันสมัยไม่ต้องห่วงเรื่องปุ่ม
-บอกข้อมูลออกกำลังกายได้
-มีความจำในตัว 4GB ใส่เพลงฟังได้ไม่ต้องง้อมือถือ
-ราคาถูกกว่าเพื่อนในตลาด
สรุปจุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมหากต้องการซื้อหามาใช้งาน
-อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ตัวเครื่องสั้น
-เมื่อเทียบกับหูฟัง Sport แบบมีสาย คุณภาพอาจจะยังไม่ถึง
-มีอาการสะดุดเมื่อฟังเพลงผ่าน Bluetooth บ้าง 
-อยากคุมทุกอย่างต้องใช้ Apps Samsung Gear เท่านั้น

โครตเท่! Casio เผยโฉม นาฬิกา Pro Trek WSD-F20-WE สีขาวสุดสว่าง แต่มีจำนวนจำกัด

Casio เผยโฉม นาฬิกา Pro Trek WSD-F20-WE สีขาวสุดสว่าง แต่มีจำนวนจำกัด

Casio เผยโฉม นาฬิกา Pro Trek WSD-F20-WE สีขาวสุดสว่าง แต่มีจำนวนจำกัด

S! Hitech (Rewrite)
สนับสนุนเนื้อหา
 ถือว่าเป็นผู้ผลิตนาฬิกาชื่อดังอยู่พอสมควร แต่สำหรับ Smart Watch ระบบปฏิบัติการ Android Wear จะมีรุ่น Pro Trek ออกมา แต่การทำรุ่นพิเศษของซีรีย์นี้ยังไม่มี
ล่าสุดนี้ Casio ได้เปิดตัว Pro Trek WSD-F20-WE ซึ่งเป็นรุ่นลุยและมีจุดเด่นคือการออกสีขาว fluorite white ที่น่าสนใจ โดยตัวเครื่องจะเป็นสีขาวและดูดีกว่าขาวมุกอีก แต่ว่าจำนวนของนาฬิการุ่นนี้มีจำนวนจำกัดเพียง 1,500 เครื่อง
สำหรับสเปคของเครื่องรุ่นนี้จะมีหน้าจอ 1.32 นิ้ว ความละเอียด 320x320 พร้อมกับ GPS, Bluetooth V4.1 ซึ่งจะมีฟีเจอร์เรื่องของการบอก Active Tracker ใช้งานได้ 18 ชั่วโมง และมีการทดสอบผ่านมาตรฐาน Mil-Standard 810G และ กันน้ำได้ 50 เมตร
ขอขอบคุณ
ข้อมูล : Phonearena Casio