วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

โดนแล้ว! FBI แนะนำ อย่าใช้สมาร์ทโฟนของ Huawei

FBI แนะนำ อย่าใช้สมาร์ทโฟนของ Huawei

FBI แนะนำ อย่าใช้สมาร์ทโฟนของ Huawei

แบไต๋
สนับสนุนเนื้อหา
ความฝันในการเข้าตีตลาดสมาร์ทโฟนของ Huawei คงต้องสลายไป เพราะในสัปดาห์นี้ FBI ออกมากล่าวเตือนชาวอเมริกาว่า อย่าใช้ผลิตภัณฑ์จาก Huawei เพราะมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยข่าวที่ AT&T ถอยออกมาจากข้อตกลงเกี่ยวกับการขาย Huawei Mate 10 Pro 
“เรากังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการยอมให้บริษัทใดๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลต่างชาติมาร่วมแบ่งปันและเข้าควบคุมส่วนหนึ่งของเครือข่ายระบบสื่อสาร โดยประเด็นนี้อาจทำให้มีการแอบฝังมัลแวร์เข้ามาขโมยข้อมูลส่วนตัวไปได้” Chris Wray หัวหน้า FBI กล่าว
การให้สัมภาษณ์ของ Wray ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับ Huawei ซึ่งกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับข่าวการรีวิว Mate 10 Pro อย่างไม่เป็นไปตามความจริง
Huawei มีการตอบกลับผ่าน CNBC อ้างว่า บริษัทจะไม่ทำเรื่องที่ส่งผลต่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของผู้ใช้
ในปีที่ผ่านๆ มา Huawei กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการตลาดสมาร์ทโฟน แต่ก็ยังไม่ได้รับความเชื่อใจจากอเมริกา ทำให้การเข้ามาตีตลาดสมาร์ทโฟนอเมริกาเป็นไปได้ยาก

หลุด วิดีโอโปรโมท Samsung Galaxy S9 และ S9 อย่างเป็นทางการ

หลุด วิดีโอโปรโมท Samsung Galaxy S9 และ S9 อย่างเป็นทางการ

หลุด วิดีโอโปรโมท Samsung Galaxy S9 และ S9 อย่างเป็นทางการ

แบไต๋
สนับสนุนเนื้อหา
Samsung กำลังจะเปิดตัว Galaxy S9 และ S9+ อย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แล้ว (25 กุมภาพันธ์ 2018) เ ภายในงาน Unpacked ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน (เวลาประมาณ 24.00 น. ในประเทศไทย)
ล่าสุดได้มีวิดีโอโปรโมท Galaxy S9 และ S9+ อย่างเป็นทางการหลุดออกมา ซึ่งเปิดเผยให้เห็นการผสานรวมการใช้ชีวิตประจำวันด้วยสมาร์ทโฟน รวมเข้ากับเทคโนโลยี AI ได้อย่างเหนือชั้น และเป็นฟีเจอร์แบบที่ผู้ใช้หลายคนจินตนาการเอาไว้
สมกับคำว่า Reimagined จริงๆ
นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นการทำงานร่วมกับ Samsung DeX เพื่อใช้งาน Galaxy S9 และ S9+ ในรูปแบบเดสก์ท็อปได้อย่างยอดเยี่ยม และยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงด้วย
ในส่วนของดีไซน์น้้น ใกล้เคียงกับข่าวลือและภาพเรนเดอร์ต่างๆที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้แทบจะทุกประการ
คงต้องรอดูกันว่า Samsung จะโชว์ความสามารถของฟีเจอร์ใดใน Galaxy S9 และ S9+ เป็นสำคัญ ในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่กำลังจะถึงนี้

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

แอป 5 ประเภท ที่ “ควร” ลบออกจากเครื่องแอนดรอยด์ของคุณ!

แอป 5 ประเภท ที่ “ควร” ลบออกจากเครื่องแอนดรอยด์ของคุณ!

แอป 5 ประเภท ที่ “ควร” ลบออกจากเครื่องแอนดรอยด์ของคุณ!

แบไต๋
สนับสนุนเนื้อหา
แอปในสมาร์ทโฟนที่มี บางแอปใช่ว่าจะดีเสมอไป บางแอปที่เคลมตัวเองว่าทำได้ มันก็ไม่ช่วยทำให้ได้สมคำที่โปรยไว้ จนอยากลบแอปเหล่านั้นออกไป แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแอปไหนที่ไม่ต้องการให้อยู่บนเครื่องของเรา วันนี้จะมาจัดกลุ่ม 5 แอปที่ควรลบออกจากเครื่อง (โดยเฉพาะเครื่องที่เป็นแอนดรอยด์)

แอปที่เคลมตัวเองว่า “คืนพื้นที่ให้แรมได้”

แน่นอนว่าแอปทุกตัวที่เราใช้งานบนสมาร์ทโฟน ต้องอาศัยพื้นที่ของแรม ไม่ว่าจะเป็นแอปที่เราเปิดอยู่ หรือแอปที่เคยเปิดไว้ แล้วสลับไปใช้แอปอื่น (Background App) ก็ยังกินพื้นที่ในแรมทั้งนั้น เหล่าแอปที่โฆษณาว่าช่วยคืนพื้นที่ให้กับแรมของคุณได้ก็ผุดออกมาอย่างกับดอกเห็ด โดยอาศัยแค่ว่า “กดทีเดียว ล้างได้หมด แล้วได้พื้นที่กลับมา” แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพื่อเมื่อสั่งล้างแรม แอปพวกนี้ก็จะไปปิดแอปที่อยู่เบื้องหลังทิ้งให้แรมกลับมา แล้วเมื่อเราต้องการใช้แอปเหล่านั้นอีกครั้ง ก็ต้องเสียกำลัง cpu เสียไฟในแบตไปเปิดแอปใหม่อีก สรุป ได้ไม่คุ้มเสีย
ระบบของแอนดรอยด์จะคอยบริหารจัดการพื้นที่ของแรมอย่างอัตโนมัติและตลอดเวลา และยังรู้อีกว่าเมื่อไหร่ที่แอปเหล่านั้นจะถูกเรียกใช้งาน เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องลงไว้ในเครื่องเพื่อคืนพื้นที่ให้แรม

แอปตระกูล Clean Master

แอปจำพวก Clean Master หรือที่มีคล้ายๆ กัน มักเคลมตัวเองว่าสามารถล้างสิ่งที่เราไม่ต้องการออกไปได้หมด อย่างแอปบางตัว หรือไฟล์ข้อมูล
ถึงแม้แอปจำพวกนี้จะบอกไว้ว่า “ล้างได้อย่างหมดจด” แต่ก็แน่นอน การล้างหมดจดก็ต้องแลกกับแบตเตอรี่ที่หมดจดไปด้วยเช่นกัน เพราะแอปเหล่านี้ต้องใช้พลังงานในตัวเครื่องจำนวนมาก รวมไปถึงโฆษณาแอบแฝงที่จะโผล่กระเด้งบนหน้าจอเราตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งอินเทอร์เน็ตที่เรามี อาจจะหมดไปกับโฆษณาที่โผล่มาจากแอปเหล่านี้ก็เป็นได้
สิ่งที่สามารถทำแทนกันได้ คือการเข้าไปล้างด้วยตนเองนี่แหละ ด้วยการเข้าไปที่ Setting > Storage แล้วเลือก Cache Data ในส่วนของ Clear Cache Data Prompt แต่ถ้าเป็นแคชที่แอปได้เก็บเอาไว้ ก็ไปที่ Setting เหมือนกัน แต่ให้เลือกที่ Apps > Downloaded แล้วเลือกแอปที่ต้องการจะล้างแคช แล้วกด Clear Cache ได้เลย

แอปจำพวก Antivirus

แอปตระกูลนี้ ถือว่าเป็นดาบสองคมของผู้ใช้งานเลยก็ว่าได้ ทั้งมีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ มีประโยชน์ตรงที่ใครที่ใช้งานแบบโลดโผน ลงแอป APK ในเครื่อง หรือเข้าเว็บแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่ามีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า จะลงไว้ไม่เสียหาย แต่ถ้าไม่ได้เป็นแบบแรก ใช้งานอย่างดี ลงแอปผ่าน Play Store เท่านั้น ก็ไม่ต้องลงในเครื่องให้เปลืองพื้นที่ เปลืองแรม เปลืองพลังงานเครื่องก็ได้ เพราะ Google ป้องกันระบบผู้ใช้มาอย่างดีพอสมควร ถ้าต้องการฟังก์ชั่นติดตามเครื่องก็ทำผ่าน Android Device manager ก็ได้

แอปที่ช่วยประหยัดแบต

อันนี้จะคล้ายๆ กับแอปที่เคลมว่าคืนพื้นที่ให้แรมได้ แต่จะเป็นแอปที่ช่วยบริการจัดการการใช้แบตเตอรี่ของเครื่องได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องลงแอปเหล่านี้เพื่อช่วยบริหารจัดการอีกแรง เพราะว่าในเครื่องแอนดรอยด์ทุกเครื่อง จะมีหน้ามอนิเตอร์แบตเตอรี่ที่ใช้งานอยู่แล้ว จะคอยพยากรณ์ว่าในจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ในตอนนี้ จะใช้งานได้นานเท่าไหร่ และยังดูได้อีกว่าแอปไหนบ้างที่ใช้พลังงานจากเครื่องเราออกไปเท่าไหร่
ที่สำคัญคือฟังก์ชั่นที่จำเป็นในการจัดการแบตเตอรี่นั้นจำเป็นต้อง Root เครื่องเพื่อเข้าถึง แอปส่วนใหญ่จึงทำหน้าที่ได้แค่บอกว่าแอปอะไรที่กินแบตมากเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่เสียไป โฆษณาในเครื่องที่มากขึ้น ก็ไม่คุ้มค่าที่จะลงแอปพวกนี้

แอปที่แถมมากับเครื่องแต่เราไม่เคยแตะต้องมันเลย (Bloatware)

ทั้งนี้ รวมถึงแอปที่เราติดตั้งไว้ในเครื่อง แต่เราไม่เคยแตะมันเลยเช่นกัน แอปเหล่านี้ไม่ใช่ไม่ดี แต่แอปที่เข้ากรุ๊ปนี้ล้วนไม่ดีต่อพื้นที่ความจำในตัวเครื่องที่เรามี เพราะเหมือนเป็นการทำให้ที่เก็บข้อมูลในเครื่องนั้น ค่อยๆ หมดลงไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าแอปทุกตัวที่ติดตั้งมากับเครื่องจะลบได้หมด บางแอป บางตัว ก็ลบออกไม่ได้ ซึ่งอันนี้ต้องทำใจกับมันไปละกัน… ทางแก้แบบไม่รูทเครื่องคือ ซื้อรุ่นที่มีแอปแถมน้อยๆ ครับ
สุดท้ายนี้ ขึ้นอยู่กับตัวของผู้ใช้งานเองว่า จะเลือกใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณในแบบไหน ใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือไม่ก่อประโยชน์ ขึ้นอยู่กับตัวคุณ ส่วนแอปที่เข้าข่ายทั้ง 5 ประเภทนี้ ถ้าเลี่ยงได้ ก็ควรเลี่ยง จะดีที่สุด

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : www.beartai.com

น่าสนใจ! Apple, LG และ Valve ร่วมกันลงทุน เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ AR และ VR

Apple, LG และ Valve ร่วมกันลงทุน เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ AR และ VR

Apple, LG และ Valve ร่วมกันลงทุน เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ AR และ VR

แบไต๋
สนับสนุนเนื้อหา
จากข้อมูลที่ยื่นต่อ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (U.S. Securities and Exchange Commission) ระบุว่า Apple, LG และ Valve ได้ร่วมกันลงทุนเป็นเงินจำนวน 10 ล้านเหรียญ ในบริษัท eMagin ซึ่งเป็นบริษัทผลิตจอไมโครดิสเพลย์ (Microdisplay) ที่ในธุรกิจการดูแลสุขภาพและการทหาร
ในเอกสารดังกล่าว ทาง eMagin ได้กล่าวถึงการเจรจากับบริษัทผู้ผลิตสินค้าระดับใหญ่หลายราย ในการพัฒนาและออกแบบหน้าจอไมโครดิสเพลย์ (Microdisplay) สำหรับอุปกรณ์สวมศีรษะที่จะนำมาใช้กับบริษัทนั้นๆ
นั่นอาจหมายถึงการพัฒนาอุปกรณ์ VR, AR และรวมถึงแว่นตา AR ที่มีข่าวลือว่า Apple กำลังพัฒนาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งจะเปิดตัวในปี 2019 โดยนักวิเคราะห์ได้กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์นี้จะยิ่งใหญ่กว่า iPhone เส่ียอีก
ส่วน Valve นั้น ก็กำลังพัฒนาแพลทฟอร์มเล่นเกมสำหรับอุปกรณ์ VR แบบสวมศีรษะร่วมกับ LG ซึ่งใช้หน้าจอของ eMagin ที่มีความละเอียดถึง 2048 x 2048 พิกเซล
จอไมโครดิสเพลย์แบบ OLED ของ eMagin
จากการลงทุนในครั้งนี้ ทาง Apple, LG และ Valve จะได้รับหุ้นของ eMagin จำนวนทั้งสิ้น 6,451,613 หุ้น

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Apple จะใส่ “Face ID” ใน iPhone ใหม่ 3 รุ่น, และเพิ่ม “ซัพพลายเออร์จากจีน” มาเสริมทัพ

Apple จะใส่ “Face ID” ใน iPhone ใหม่ 3 รุ่น, และเพิ่ม “ซัพพลายเออร์จากจีน” มาเสริมทัพ

Apple จะใส่ “Face ID” ใน iPhone ใหม่ 3 รุ่น, และเพิ่ม “ซัพพลายเออร์จากจีน” มาเสริมทัพ

แบไต๋
สนับสนุนเนื้อหา
รายงานล่าสุดจาก  The Korea Herald ระบุว่า Apple วางแผนที่จะเพิ่ม Face ID ลงใน iPhone ใหม่ จำนวน 3 รุ่น และกำลังจะเปลี่ยนซัพพลายเออร์ที่ผลิตสิ้นส่วนสำคัญเสียใหม่ หลังจากที่เคยเกิดปัญหาการผลิต iPhone X ล่าช้า เมื่อปี 2017
แหล่งข่าวอ้างอ่าว LG Innotek จะกลับมาเป็นซัพพลายเออร์สำหรับผลิตชิ้นส่วนหลัก และซัพพลายเออร์จากประเทศจีนก็จะผลิตชิ้นส่วนที่เหลือ ส่วน Sharp ที่เคยผลิตชิ้นส่วนให้กับ iPhone X นั้น ไม่ได้รับการต่อสัญญา
แหล่งข่าววงในได้กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2018 ที่ผ่านมา LG Innotek ได้ประการลงทุนถึง 820.9 ล้านเหรียญ ในการสร้างโรงงานสำหรับผลิตกล้องและโมดูลรุ่นใหม่เพิ่มเติม ซึ่งส่วนใหญ่จะรองรับการผลิตตามออเดอร์ของ Apple
มีข่าวลือว่า Apple จะเปิดตัว iPhone หน้าจอ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว, หน้าจอ LCD ขนาด 6.1 นิ้ว และหน้าจอ OLED ขนาด 6.5 นิ้ว ในช่วงครึ่งหลังของปี 2018 นี้

[How To] 4 เรื่องที่ควรดูหากสนใจมือถือในโซนล้างสต็อก

[How To] 4 เรื่องที่ควรดูหากสนใจมือถือในโซนล้างสต็อก

[How To] 4 เรื่องที่ควรดูหากสนใจมือถือในโซนล้างสต็อก

S! Hitech
สนับสนุนเนื้อหา
นอกจากสีสันของมือถือรุ่นใหม่ที่มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจแล้ว ก็จะมีโซนลดราคาประมาณว่า ถูกเป็นพิเศษ เนื่องจากของเหลืออยู่ในสต็อก เหลือรอการระบาย ทำให้คุณดึงดูแล้วอยากได้มีเรื่องอะไรที่คุณต้องระวังบ้าง ทีม Sanook! Hitech ได้รวมเรื่องเหล่านี้มาฝากกัน
untitled-3

สภาพตัวเครื่องต้องสมบูรณ์

การดูเครื่องลดราคาแบบ ล้างสต็อก อาจจะคาดหวังเรื่องกล่องไม่ได้เพราะอาจจะมีสภาพกล่องที่สมบูรณ์คงยาก นอกจากจะฟลุ๊กจริงๆ การขอดูสภาพเครื่อง และพร้อมใช้งานก็ควรนำมาคิดด้วย
วิธีเช็คง่ายๆ คือการดูสภาพเครื่องจะต้องไม่มีรอย, ชาร์จไฟ, ฟังเพลง, และหน้าจอ จะต้องอยู่ในสภาพปกติ และสามารถใส่ซิมการ์ดแล้วใช้งานได้ตามปกติด้วย
untitled-4

อุปกรณ์ติดกล่องต้องถามให้ละเอียด

อุปกรณ์ติดกล่องนั้นควรจะตรวจสอบว่าครบหรือไม่ และของที่ติดกล่องเป็นของเครื่องนี้หรือไม่ เพราะต้องไม่มีการเปิด หรือมีรอยฉีก สภาพต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์
แต่ถ้ามีไม่ครบต้องสอบถามกับผู้ขายให้เรียบร้อย

ราคาเครื่องจะต้องเหมาะสม

ราคาของเครื่องที่ลดล้างสต็อกแบบนี้ไม่ควรจะแพงมาก แต่ถ้าบางเครื่องอาจจะแพงถ้าออกเครื่องใหม่ แต่ถ้าซื้อติดโปรฯ ราคาถูกลง ฉะนั้นต้องคิดให้ดีก่อนที่จะซื้อนะครับ เพราะบางคนอยากได้เครื่องเปล่ามากกว่า

สอบถามเรื่องประกันให้ชัดเจน

เมื่อเช็คทั้งหมดแล้วประกันของเครื่องจะต้องสอบถามให้ชัดเจน หากเกิดปัญหาระหว่างใช้งานจะได้คลายความกังวล แต่ถ้าเครื่องนั้นเก่าเกินไปอาจจะทำให้ประกันหมดลงไปแล้วก็เป็นได้
เมื่อตกลงปลงใจแล้วว่าจะเอามือถือในเรื่องของตัวเครื่องแบบนี้แล้วก็อย่าลืมตรวจสอบเครื่องให้สมบูรณ์ก่อนที่จะจ่ายเงินเดินออกจากร้านไปจะดีที่สุดครับ

4 ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้อง

4 ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้อง

4 ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้อง

iphonemod
สนับสนุนเนื้อหา
องค์ความรู้ เทคนิค และวิธีใช้ iPhone มีมาให้ติดตามกันมากมายในอินเทอร์เน็ตโดยประเด็นที่ถกเถียงกันมากพอสมควร คือ การชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้อง จะมีประเด็นไหนบ้างติดตามกันเลย

สำหรับเทคนิคและวิธีการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้องนั้น มีการแนะนำกันอย่างมากมาย โดยบางวิธีเป็นวิธีที่ใช้มานานแล้ว และบางวิธีเป็นเทคนิคใหม่ที่เพิ่งแนะนำกัน
1
แต่วิธีการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้องนั้น เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากมาย วันนี้เราได้รวบรวมประเด็นดังกล่าวและการวิเคราะห์โดยเว็บไซต์ idropnews มาให้ชมกัน
ประเด็นที่ 1. ต้องใช้แบตเตอรี่ให้หมดก่อน จึงจะเริ่มชาร์จใหม่
เคยมีผู้เผยวิธีนี้ว่า ให้ใช้แบตเตอรี่ให้หมดจด 0% แล้วค่อยชาร์จให้เต็ม การชาร์จบ่อยจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว  แต่เว็บไซต์ idropnews เผยว่า แบตเตอรี่ iPhone ปัจจุบันเป็นแบบ Lithium-ion ไม่ใช่เป็นแบบ nickel cadmium และ nickel-metal เหมือนแต่ก่อน โดยแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion จะฉลาดกว่า มีการนับรอบการชาร์จได้ดี ผู้ใช้จะชาร์จเมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ต่ำกว่า 20% หรือเหลือ 0%
2
หาก % แบตเตอรี่เหลือน้อยหรือหมดเหลือ 0% เมื่อเราเสียบชาร์จ ตัว iPhone จะปรับโหมดให้ชาร์จเร็วขึ้นรับกระแสไฟมากขึ้นทำให้ ตัวเครื่องมีความร้อน ซึ่งความร้อนเป็นสาเหตุทั่วไป ที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว แต่ถ้าหากเราชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ประมาณ 80% ตัว iPhone จะปรับโหมดให้ชาร์จช้าลงและรับกระแสไฟน้อยลง ทำให้เครื่องร้อนน้อยและเป็นการถนอมแบตเตอรี่ไปในตัว
ประเด็นที่ 2. ถ้าชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ข้ามคืน (เต็ม 100% แล้ว) จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว
เว็บไซต์ idropnews เผยว่า แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างทันสมัย หากการชาร์จแบตเตอรี่เต็มความจุเมื่อไหร่ ตัวแบตเตอรี่ก็จะหยุดรับกระแสไฟทันที ซึ่งไม่เหมือนกับแบตเตอรี่รุ่นเก่าๆ ดังนั้นการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone แบบข้ามคืน ก็ไม่ได้ส่งผลกับการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่โดยตรง
3
Advertisement Replay Ad
แต่สิ่งที่ควรระวังคือ การชาร์จแบตเตอรี่ด้วยหัวแปลง ปลั๊ก และสายเชื่อมต่อที่ไม่มีคุณภาพอาจส่งผลอันตรายจาก iPhone ได้ เนื่องจาก การเสียบสายแล้วกระแสไฟวิ่งอยู่ หากอุปกรณ์ไม่มีมาตรฐานอาจจะเกิดความร้อนและลุกไหม้ได้
ประเด็นที่ 3. ปิด Bluetooth, Wi-Fi และแอปที่ไม่ได้ใช้ จะช่วยให้อายุใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น
เว็บไซต์ idropnews เผยว่า ก่อนหน้านี้เราเชื่อกันว่า Bluetooth, Wi-Fi ใช้แบตเตอรี่จำนวนมาก แต่การกด ปิด-เปิด ฟังก์ชั่นดังกล่าวก็ใช้แบตเตอรี่ในปริมาณที่ไม่แตกต่างกัน นั่นหมายความว่า หากอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth, Wi-Fi ตลอดเวลาก็ควรเปิดไว้ แต่ถ้าช่วงไหนไม่ได้ใช้ก็ปิดไว้นั่นเอง
4
นอกจากนั้น เว็บไซต์ idropnews เผยว่า การปิดแอป (ปิดผ่าน Multitasking) แล้วเปิดใหม่ ระบบก็จะไปโหลดข้อมูลในแอปขึ้นมาอยู่ดีซึ่งก็ต้องใช้แบตเตอรี่ในการประมวลผล แต่การเปิดแอปให้ทำงานเบื้องหลังก็ใช้แบตเตอรี่เช่นกัน จึงแนะนำว่า แอปไหนที่ไม่ได้ใช้ก็ให้ปิดไว้ไม่ต้องให้ทำงานเบื้องหลัง แต่แอปไหนที่ใช้บ่อยก็ควรเปิดไว้ เพราะถ้าเราไม่ได้ใช้งานแอปนั้นมันก็จะอยู่ในสถานะ “แช่แข็ง” ไม่ทำงาน
ประเด็นที่ 4. ชาร์จ iPhone ต้องใช้อุปกรณ์การชาร์จของ Apple เท่านั้น
อุปกรณ์การชาร์จ iPhone ในปัจจุบันมีให้เลือกซื้อกันอย่างมากมายในท้องตลาด ทั้งจาก Apple เอง หรือผู้ผลิตรายอื่นทำออกมาจำหน่าย เว็บไซต์ idropnews แนะนำว่าผู้ใช้ iPhone สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์การชาร์จจากผู้ผลิตรายใดก็ได้ แต่ที่สำคัญ ต้องมีคุณภาพและการรับรองมาตรฐาน
5
การรับรองมาตรฐานอุปกรณ์การชาร์จจากผู้ผลิตรายอื่นที่แนะนำนั้น คือ ต้องมีสัญลักษณ์ MFI (Made for iPhone) ซึ่งสัญลักษณ์นี้หมายความว่า Apple ได้รับรองแล้วว่า อุปกรณ์การชาร์จ สามารถใช้กับ iPhone ได้ หากเป็นอุปกรณ์การชาร์จจากผู้ผลิตรายอื่นที่ไม่มีสัญลักษณ์ MFI ก็ถือว่ามีความเสี่ยงพอสมควร
ขอบคุณ – idropnews
ทั้งหมดนี้เป็นการวิเคราะห์และแนะนำ เกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวกับกับการชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ที่ถูกต้องโดยเว็บไซต์ idropnews ผู้ใช้ iPhone ควรศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์ Apple.com หรือถ้าใครมีวิธีอื่นๆ ที่น่าสนใจสามารถแนะนำกันได้เลย