วันอังคารที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561

WOW - NVIDIA เปิดตัว Xavier SOC ชิปประมวลผลสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

NVIDIA เปิดตัว Xavier SOC ชิปประมวลผลสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ
ดูเหมือนว่าตอนนี้ NVIDIA จะหันมาจับกระแสของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบชัดเจนแล้ว ตั้งแต่การเปิดเผยข้อมูลของชิป Xavier SOC สำหรับระบบ AI ของรถยนต์ ในงาน CES 2017 ซึ่งก็ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน CES 2018 นี้แล้ว
สำหรับ Xavier นั้น มีทรานซิสเตอร์อยู่มากกว่า 9 พันล้านตัว พร้อมด้วย CPU ที่พัฒนาเองจำนวน 8 คอร์, Volta GPU 512 คอร์ , ตัวประมวลผลวีดีโอ 8K HDR รวมทั้งตัวเร่งความเร็ว Deep learning และตัวเร่งความเร็วการประมวลผลภาพ ทั้งนี้ NVIDIA กล่าวว่า Xavier SOC สามารถประมวลผลได้ถึง 30 ล้านล้านหน่วยต่อวินาที โดยใช้ไฟเพียงแค่ 30 วัตต์ เท่านั้น ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 15 เท่า
NVIDIA เปิดตัว Xavier SOC ชิปประมวลผลสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ
เราอาจแปลความหมายของตัวเลขเหล่านี้อย่างง่ายๆ ได้ว่า Xavier สามารถรองรับข้อมูลของเซ็นเซอร์และตัวยานพาหนะเพื่อการคำนวณของระบบ AI ด้านการขับรถได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถนำชิปตัวนี้ไปใช้พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่อัจฉริยะยิ่งกว่าเดิมได้

ที่มา https://news.thaiware.com/12259.html

Google รวบบริการ Android Pay กับ Google Wallet เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ชื่อ Google Pay

Google รวบบริการ Android Pay กับ Google Wallet เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ชื่อ Google Pay
Google เสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ของโลกเตรียมพัฒนาระบบการชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ Mobile payment ให้ง่ายดายยิ่งขึ้นภายใต้แบรนด์น้องใหม่ที่มีชื่อว่า Google Pay
ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Google เป็นการผสาน Google Wallet ช่องทางการใช้จ่ายออนไลน์ที่มีอยู่เดิมมารวมกับระบบ Android Pay ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์หรือตามหน้าร้านค้าที่มีการรองรับระบบได้ง่ายดายยิ่งขึ้น และยังสามารถโอนเงินให้กับเพื่อนได้อีกด้วย
ระบบใหม่นี้กำลังจะเข้ามาทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ใช้ง่ายขึ้น โดยการนำข้อมูลที่คุณได้บันทึกไว้กับ Google ออกมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการใช้จ่ายของผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็นการชำระเงินผ่านทาง Chrome รวมไปถึงการซื้อแอพฯ ผ่าน Google Play และอีกหลายสิ่งที่กำลังเตรียมพัฒนามาให้เราได้ลุ้นกัน
Google รวบบริการ Android Pay กับ Google Wallet เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ชื่อ Google Pay
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือว่าเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากว่า Google ไม่ได้เมินเฉยกับธุรกิจค้าปลีกและยังถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่จะเข้ามาแข่งขันเพิ่มกับทาง Apple และ Amazon ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าได้ลงทุนกับตลาด E-commerce นี้เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ทาง Google ยังแอบเผยอีกด้วยว่าได้มีการร่วมมือกับบริษัทอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Airbnb และ Fandango เป็นต้น เพื่อที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคให้มากขึ้น

ที่มา : https://news.thaiware.com/12260.htmlwww.cnet.com

ได้ด้วยหรอ! - Nissan เผยเทคโนโลยี B2V สั่งงานขับขี่ด้วยสมองมนุษย์

Nissan เผยเทคโนโลยี B2V สั่งงานขับขี่ด้วยสมองมนุษย์

Nissan เผยเทคโนโลยี B2V สั่งงานขับขี่ด้วยสมองมนุษย์


     Nissan เผยเทคโนโลยี B2V (Brain-to-vehicle) สามารถสั่งงานเกี่ยวกับการขับขี่ส่งตรงจากสมองเป็นครั้งแรกในโลก เตรียมจัดแสดงที่งาน CES 2018
     เทคโนโลยี B2V หรือ Brain-to-vehicle เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์  Intelligent Mobility ซึ่งสามารถตรวจจับสัญญาณสมองของผู้ขับขี่เพื่อให้รถและผู้ขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น
102
     ระบบ B2V ของนิสสันสามารถจับสัญญาณสมองก่อนผู้ขับขี่จะลงมือทำการต่างๆ เช่น หมุนพวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถกระทำการสิ่งเหล่านั้นได้รวดเร็วมากขึ้น และยังสามารถประเมินความกังวลของผู้ขับขี่และปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่เมื่ออยู่ในโหมดขับขี่อัตโนมัติได้
     เทคโนโลยี B2V ของนิสสัน ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก โดยผู้ขับขี่ต้องสวมใส่เครื่องจับการทำงานของสมอง ซึ่งจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยระบบขับขี่อัตโนมัติ โดยระบบสามารถสั่งให้ยานยนต์ทำงาน เช่น หมุนพวงมาลัย หรือชะลอความเร็วของรถ ได้อย่างนิ่มนวล และรวดเร็วขึ้น 0.2 – 0.5 วินาที โดยพิจารณาจากความคิดที่เกิดขึ้นของผู้ขับขี่
Advertisement
103
     มร. แดเนียล สกิลลาชี รองประธานบริหารฝ่ายการขายและการตลาดทั่วโลกและประธานคณะกรรมการบริหาร ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ประเทศญี่ปุ่น ภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น กล่าวว่า “เวลาที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ พวกเขายังคงไม่เห็นภาพที่มนุษย์ให้เทคโนโลยีเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างอย่างชัดเจน แต่เทคโนโลยี B2V ได้ทำสิ่งที่แตกต่างออกไป ด้วยการจับสัญญาณสมองของผู้ขับขี่ ในการสร้างประสบการณ์ที่น่าสนุกและตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์นิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ เรากำลังสร้างโลกที่ดีกว่าให้ทุกคนด้วยการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่มีความอัตโนมัติมากขึ้น ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น และสามารถเชื่อมต่อกันได้มากยิ่งขึ้น”
     เทคโนโลยี B2V ของนิสสันจะถูกจัดแสดงที่งาน CES 2018 จัดขึ้นที่เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561

ล้ำโครต! - เรากำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของการกินเนื้อสัตว์ โดยไม่ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตกันแล้ว

เรากำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของการกินเนื้อสัตว์ โดยไม่ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตกันแล้ว
ดูจะเป็นประเด็นละเอียดอ่อนทางศีลธรรมอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อมองในอีกมุมหนึ่ง สำหรับผู้ที่ประพฤติตนเป็นมังสวิรัติ อาจจะมีทางเลือกมากขึ้นสำหรับการเลือกรับประทานอาหาร เมื่อบริษัท SuperMeat ได้ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ สร้างเนื้อสัตว์ของจริงขึ้นมาด้วยกระบวนการทางห้องแลป มันให้สารอาหาร และความรู้สึกในการรับประทานที่เหมือนเนื้อสัตว์จริงๆ เลย โดยที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และแน่นอนว่ามันรสชาติดีกว่า เนื้อสัตว์ปลอมที่ทำจากเต้าหู้
บริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพจากประเทศอิสราเอลได้รับการระดมทุนเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า "เนื้อคุณภาพสูงที่ไม่ต้องเบียดเบียนชีวิตสัตว์" และผลิตภัณฑ์ที่บริษัท SuperMeat สร้างขึ้นมา ในทางเทคนิคแล้วมันคือ เนื้อจริงๆ แต่ไม่ได้เป็นเนื้อที่ได้มาจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และแนวความคิดที่อยู่เบื้องหลัง เนื้อ ของ SuperMeat คือ การเพาะเลี้ยงเซลล์ของสัตว์ (เซลล์ของไก่) หล่อเลี้ยงเซลล์ด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อและไขมัน ซึ่งเป็นกระบวนการเดียวกันกับที่สัตว์ของจริงใช้เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย และถ้าผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ที่ถูกเพาะเลี้ยงขึ้นในห้องแลปของ SuperMeat เกิดได้รับความนิยมขึ้นมา นั่นก็เท่ากับว่าเป็นการลดปริมาณการฆ่าสัตว์เพื่อนำมาบริโภคไปด้วยในตัว
แถมทางบริษัท SuperMeat ยังเคลมอีกด้วยว่า ผลิตภัณฑ์ของพวกเขายังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม เพราะกระบวนการสร้างเนื้อของเขา ใช้พื้นที่คิดเป็นเพียง 1% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมการผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์ รวมถึงใช้น้ำเพียงแค่ 10% และผลิตก๊าซเรือนกระจกเพียง 4% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์เพื่อนำมาทำเป็นอาหาร แถมผู้บริโภคยังไม่ต้องกังวลกับโรคในสัตว์ที่อาจถ่ายทอดมาสู่มนุษย์ผ่านการบริโภคอีกด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว
แต่มันก็ยังค่อนข้างเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนว่า เนื้อของ SuperMeat ที่ไม่ได้มาจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้น มีความเหมาะสมสำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติหรือไม่ แต่ทางบริษัทก็หวังว่ากลุ่มคนที่ไม่กินเนื้อ น่าจะได้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ของพวกเขา โดยทาง SuperMeat กล่าวว่า "เซลล์เนื้อสัตว์ของพวกเรา เจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างดี และมันมีความคล้ายกับกายภาพของเนื้อสัตว์จริงๆ โดยสมบูรณ์ และเนื้อที่เราผลิตนั้น มีการเจริญเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติไม่ต่างอะไรกับเนื้อที่เติบโตอยู่ในตัวสัตว์"
แต่อย่างไรก็ดี เรายังคงจะไม่เห็นผลอตภัณฑ์ของ SuperMeat วางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเร็วๆ นี้ และก็ต้องบอกว่ามันไม่ง่ายเลยกับการที่จะเพาะเลี้ยงเซลล์ของสัตว์ใหเเจริญเติบโตมาโดยมีรสชาติที่อร่อยเหมือนเนื้อที่ได้มาจากการฆ่าสัตว์ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้มีกำลังการผลิตเทียบเท่าอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็นับว่าเป็นอะไรที่ท้าทายมาก โดยทาง SuperMeat คาดการว่า อีก 3 ปีผลิตภัณฑ์ของพวกเขาถึงจะพร้อมสำหรับการวางขาย

ที่มา : https://news.thaiware.com/12225.htmlwww.digitaltrends.com

นิตยสาร EDGE เปิดรายชื่อเกมที่ได้คะแนนเต็ม 10 ออกมาให้ชม

 นิตยสาร EDGE
นิตยสาร EDGE เป็นสื่อเกมที่ถือว่ากดคะแนนรีวิวพอสมควร เกมเทพๆบางเกมได้คะแนนเพียง 7/10 จาก EDGE มาแล้ว ทำให้เกมไหนได้คะแนนเต็มถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา และล่าสุด นิตยสาร EDGE ได้เปิดรายชื่อเกมที่เคยได้คะแนนเต็ม มาให้ชมกันซึ่งก็มีทั้งเกมเทพที่เพิ่งจะออก และยังมีเกมคลาสสิกที่ถูกเอามารีวิวใหม่ในภายหลังด้วย รวมทั้งหมดมี 30 เกมเท่านั้นที่ได้คะแนนเต็ม 10 ไปครอง
รายชื่อเกมที่ได้คะแนนรีวิวเต็ม 10 จากนิตยสาร EDGE
  • Super Mario 64 (1996)
  • Gran Turismo (1997)
  • The Legend of Zelda: Ocarina of Time (1998)
  • Halo: Combat Evolved (2001)
  • Half-Life 2 (2004)
  • Halo 3 (2007)
  • The Orange Box (2007)
  • Super Mario Galaxy (2007)
  • Grand Theft Auto IV (2008)
  • LittleBigPlanet (2008)
  • Bayonetta (2009)
  • Super Mario Galaxy 2 (2010)
  • Rock Band 3 (2010)
  • The Legend of Zelda: Skyward Sword (2011)
  • The Last of Us (2013)
  • Grand Theft Auto V (2013)
  • Bayonetta 2 (2014)
  • Bloodborne (2015)
  • The Legend of Zelda: Breath of the Wild (2017)
  • Super Mario Odyssey (2017)
  • Elite (1984)
  • Exile (1988)
  • Super Mario Bros. (1985)
  • GoldenEye 007 (1997)
  • Advance Wars (2001)
  • Resident Evil 4 (2005)
  • Drop7 (2009)
  • Red Dead Redemption (2010)
  • Super Street Fighter IV (2010)
  • Dark Souls (2011)

10 เทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น และน่าสนใจในปี 2018

10 เทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น และน่าสนใจในปี 2018

10 เทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้น และน่าสนใจในปี 2018

S! Hitech (Rewrite)
สนับสนุนเนื้อหา
เพิ่งผ่านปีใหม่ไปไม่นานตอนนี้เข้าสู่ปี 2018 การอัปเดท เทรนด์เทคโนโลยีก็ยังคงมีอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้ามองถึงในปีนี้จะมีเทคโนโลยีอะไรที่ตื่นตาตื่นใจให้คุณได้ลองสัมผัสกันนั้น วันนี้ Sanook! Hitech จะนำ 10 เทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นในปี 2018 มาฝากกัน

ระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ

หลังจากที่มีเรื่องราวของการนำระบบสแกนลายนิ้วมือไปใส่ในหน้าจอต้อนรับกระแสมือถือจอไร้กรอบ คาดว่าในไตรมาสแรกคงได้เห็นเทคโนโลยีนี้ออกมา
ซึ่งผู้ที่ใช้เทคโนโลยีนี้รายแรกคือ Vivo นั่นเอง โดยใช้เทคโนโลยี Clear ID FS9500 chip ฝั่งเข้าไปในหน้าจอ AMOLED ช่วยให้อ่านลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำ
แต่ใครจะเป็นรายที่ 2 ที่ใส่เทคโนโลยีนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไป

มือถือที่สามารถพับหน้าจอได้ (Foldable Phone)

หลังจากมือถือรุ่นแรกที่พับหน้าจอและขายจริงออกมาอย่าง ZTE AXON M ซึ่งทำให้คนชอบเทคโนโลยีหน้าจอใหญ่ตื่นตัวกับมือถือแบบนี้
แต่ข่าวหลุดภายในบอกว่า Samsung อาจจะพัฒนามือถือจอพับได้ออกมาช่วงปลายปี 2018 มีชื่อว่า Galaxy W เพราะคงรอเทคโนโลยีจอ Super AMOLED แบบพับได้อย่างสมบูรณ์ก่อน
แต่หน้าตาออกมาจะเป็นอย่างไรคงต้อรอดูในช่วงปลายเดือนนี้

Apple กับการพัฒนาอุปกรณ์ AR ครั้งแรก

ที่ผ่านมา Apple เริ่มให้ความสนใจเทคโนโลยี AR หรือ augmented reality โดยเน้นการแสดงผลภาพร่วมกับโลกข้อความเป็นจริง ที่แตกต่างจากเทคโนโลยร VR (Vistual Reality) พอสมควร
แม้ว่าเรื่องนี้ยังไม่แน่ชัด แต่ก็มีกระแสข่าวออกมาว่า Apple กำลังพัฒนาและคาดว่าจะมีอุปกรณ์ออกมาในช่วงปี 2019 แต่ทั้งหมดคงต้องจับตาดูกันต่อไป

ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่แนบเนียนกับคน จนแยกไม่ออก

ความน่าตื่นเต้นในปีก่อนคือ ระบบคำสั่งงานด้วยเสียงเริ่มรับคำสั่งคนได้หลากหลายและทำให้ชีวิตหลายคนสะดวกขึ้น
แต่ถ้าในปีนี้ระบบคำสั่งเหล่านี้เริ่มมีเสียงคล้ายกับคนมากขึ้นโดยเฉพาะ สำเนียง และการอ่านข้อความผ่านกระดาษได้ จะเป็นอย่างไร คงต้องรอดูและจับตาดูกันต่อไป

ลำโพงฉลาดที่เน้นคุณภาพเสียง

Amazon ถือว่าเป็นผู้นำทางด้านการพัฒนา Smart Speaker หรือ ลำโพงอัจฉริยะที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบรับคำสั่งอย่าง Amazon Alexa แต่ดูเหมือนกับลำโพงเหล่านี้จะไม่เข้าตานักฟังเพลงเพราะคุณภาพนั้นยังไม่เข้าขั้น
แต่ปีนี้น่าจับตาดูลำโพง Home Pods ของ Apple ที่คาดว่าจะทำคุณภาพออกมาได้โดดเด่นและน่าฟังไม่น้อยแต่ราคาอาจจะต้องคิดหนักกันนิดหน่อย

Project Treble ออกมาเพื่อแก้ปัญหา Software ของ Android

Advertisement Replay Ad
หากคุณใช้มือถือระบบปฏิบัติการ Android และพบปัญหาว่าเมื่ออัปเดทเครื่องแล้วมีปัญหาเกี่ยวกับ Software อย่างมาก ยกเว้น Pixel หรือ Nexus ที่ไม่ค่อยมีปัญหา
Google กำลังทำอีก Project หนึ่งกับระบบปฏิบัติการ Android โดยมีชื่อว่า Project Treble โดยเป็นโปรเจ็คที่จะทำให้เครื่องสามารถอัปเกรดได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งระบบนี้ถูกติดตั้งใน Android 8.0 Oreo ใหม่ แต่อาจจะไม่ครบทุกเครื่อง
แค่ว่าตอนนี้กำลังรอถึงเวลาเท่านั้น เพราะมือถือที่จะรองรับโปรเจคนี้ จะออกมาในปี 2018 นี้แล้วล่ะ

การกลับมาของมือถือจีน ที่ราคาไม่แพง

อีกไม่นานคาดว่ามือถือที่มีชื่อเสียงในจีนอย่าง OPPO, Huawei, Xiaomi, และ Brand อื่นๆ จะบุกเข้าตลาดทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกา
ซึ่งความตื่นเต้นแรกคือ Huawei Mate 10 Pro ที่กำลังจะวางขายกับเครือข่ายมือถือ AT&T ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้
เช่นเดียวกับ Xiaomi ที่กำลังจะรุกตลาดยุโรป ที่คนส่วนมากซื้อมือถือแบบเท่าที่มีและไม่ได้เน้นแพงมาก และคาดว่าจะบุกในสหรัฐฯ อีกไม่นาน แต่ต้องวางแผนให้รัดกุมทั้งราคา, กลุ่มเป้าหมาย และ คุณภาพของเครื่อง

Google กับการทำมือถือ AI ครั้งแรก

ปืที่ผ่านมา Google ได้ส่ง Pixel 2 เข้าตลาดและได้รับความนิยมสูงเพราะคะแนนกล้องของรุ่นนี้ทำได้ดีจนมือถือกล้องมากกว่า 1 ตัวต้องหันมองกันเลยทีเดียว
แต่เบื้องหลังของ Google Pixel 2 นั้นมีการติดตั้ง AI ในเรื่องของการถ่ายภาพเข้าไปจึงทำให้ความสามารถของเครื่องนั้นเก่งมากขึ้น และจัดสีและแสงได้กำลังดี และคาดว่าในปีนี้จะมี AI เกี่ยวกับเรื่องอื่นเช่นการค้นหา เข้าใส่ในมือถืออาจจะใช้ชื่อว่า Pixel 3 และ Pixel 3 XL

iPad Pro ที่ไร้กรอบและใช้ Face ID

ย้อนกลับไปในปี 2017 iPad Pro ถือว่าเป็นสินค้า Apple ที่มีการปรับปรุงรายละเอียดมากที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง แม้ว่าจะมีบางสิ่งเช่น  Touch ID ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์อยู่ก็ตาม
แต่สำหรับปีนี้ก็อาจจะเป็นปีที่ iPad จะได้หน้าจอใหญ่อลังการไร้กรอบเหมือนกับ iPhone X และคาดว่าจะใช้ระบบสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคหรือ Face ID เช่นเดียวกัน และคาดว่าจะทำอะไรได้มากขึ้น แต่จะใกล้กับคอมพิวเตอร์แค่ไหน คงต้องจับตาดูกันต่อไป

เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่จะยืนยาวมากขึ้น

ย้อนกลับไปในปี 2017 พบว่าเทคโนโลยีของแบตเตอรี่มือถือนั้นดีขึ้นทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึง 25% ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเกิดจากการที่ CPU อย่าง Qualcomm Snapdragon 835 ที่มีขนาดเล็กลง และรุ่นใหม่อย่าง Qualcomm Snapdragon 845 ก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้น แต่ยังคงใช้ไฟลดลง
และหลังจากเกิดความผลิตพลาดในเรื่องแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Note 7 และปัญหา Battery Gate ของ iPhone ในปี 2016 ก็ทำให้ผู้ผลิตเริ่มตื่นตัวในเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่ มากขึ้นอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2561

10 เทคโนโลยีน่าจดจำในปี 2017 [Thaiware Infographic ฉบับที่ 53]

10 เทคโนโลยีน่าจดจำในปี 2017 [Thaiware Infographic ฉบับที่ 53]
ปี 2017 ที่ผ่านมา ได้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตมากมาย ทั้งในไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี AI ที่ถูกพัฒนามาใช้งานอยู่บนอุปกรณ์ต่างๆ, ระบบ Face ID ที่เปิดตัวบน iPhone X สมาร์ทโฟนเปลี่ยนโลก, BitCoin หน่วยเงินดิจิตอล มูลค่าสูงลิ่วของโลกในตอนนี้, สังคมไร้เงินสด ที่มีวิธีการจ่ายเงินต่างๆ นาๆ หรือกระทั่งเทคโนโลยีทางอวกาศ SpaceX โครงการยานขนส่งอวกาศที่ประสบความสำเร็จในการลงจอดที่โลกแบบไม่ระเบิด เป็นต้น
และเนื่องในโอกาสส่งท้ายปี 2017 นี้ ทางทีมงานไทยแวร์จึงขอสรุป หยิบยกเอา 10 เทคโนโลยีน่าจดจำในปี 2017 มาให้เพื่อนๆ ได้รับชมกัน ใน Thaiware Infographic ฉบับที่ 53 นี้ เพื่อเตรียมต้อนรับความเคลื่อนไหวในปี 2018 ซึ่งคาดว่า จะมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงโลก มากกว่าปีนี้อีกแน่นอน เชิญไปรับชมกันได้เลยครับ

10 เทคโนโลยีน่าจดจำในปี 2017 [Thaiware Infographic ฉบับที่ 53]

10 เทคโนโลยีน่าจดจำในปี 2017 [Thaiware Infographic ฉบับที่ 53]
(คลิกที่รูป เพื่อชมภาพในขนาดใหญ่)

1. Ransomware
กระแสจับไฟล์เรียกค่าไถ่ ระบาดไปทั่วทั้งโลก ไม่ว่าจะ Petya, NoPetya (์NotPetya) หรือ Wannacry สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล
2. เทคโนโลยี AI
หลังจากที่ AlphaGo จาก Google สามารถเอาชนะ Ke Jie นักเล่นโกะมือ 1 ของโลกได้สำเร็จ กระแสการใช้ AI ก็มาแรงอย่างต่อเนื่อง มีทั้งแอพฯ และโปรแกรมมากมาย ที่ใช้ AI ในการประมวลผลออกมาให้เราได้ใช้งาน
3. Face ID
มาตรฐานใหม่ในการรักษาความปลอดภัยจาก Apple ที่เปลี่ยนจากการสแกนลายนิ้วมือมาใชใบหน้าแทน ยังไม่รู้ว่าจะทำให้เเป็นที่นิยมได้สำเร็จหรือไม่
4. Bitcoin
สกุลเงินในรูปแบบของดิจิทัล มีมูลค่าการเติบโตสูงมาก ปัจจุบันราคาทะลุ 600,000 บาท ต่อ 1 บิทคอยน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีนักลงทุนจำนวนมากให้ความสนใจในตลาดนี้
5. Nintendo Switch
เครื่องเกมส์รุ่นใหม่ล่าสุดของ Nintendo เป็นแกดเจ็ตอันดับ 1 แห่งปี จากการจัดอันดับของนิตยสาร Times มีจุดเด่นที่เล่นได้ทั้งแบบพกพาและต่อทีวี ขายได้ 10 ล้านเครื่อง แล้วภายในเวลา10 เดือน
อ่านบทความ Infographic Nintendo Switch ได้ที่นี่
6. Smarthome
หลังจากมีการพัฒนามาหลายปี ในปีนี้อุปกรณ์ Smarthome มีความฉลาดน่าใช้มาก ไม่ว่าจะเป็น Alexa ของ Amazon, Google Home หรือ HomePod ทีกำลังมาของ Apple 
7. AR
แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเก่าแล้ว แต่หลังจากที่ Apple เอากลับมาปรับปรุง ใส่ระบบ Mapping 3D เข้าไป ทำให้กระแสกลับมาอีกครั้ง ตอนนี้ Google ก็กำลังทำ ARCore เพื่อใช้บน Android
8. Falcon 9
ชื่อจรวดขนส่งสินค้า ในโครงการอภิมหาโปรเจคแห่งมนุษยชาติ SpaceX ที่นำโดยนาย Elon Musk ประสบความสำเร็จในการทดสอบลงจอดบนผิวโลกครั้งแรก (แบบไม่ระเบิด) เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญต่อโครงการพามนุษย์ไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารจริงๆ
9. Paying with Your Face
ระบบปัญญาประดิษฐ์ก้าวหน้ามาถึงจุดที่ การแยกแยะเอกลักษณ์บุคคลด้วยการสแกนใบหน้า สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำพอที่จะใช้ในการชำระเงินได้ โดยจีนได้เริ่มทดลองระบบนี้ กับการซื้อตั๋วรถไฟฟ้า
10. Cashless society
การมาถึงของระบบพร้อมเพย์ ทำให้ในปี 2017 ธนาคารหลายแห่งของไทยเริ่มผลักดันเรื่อง สังคมไร้เงินสด อย่างจริงจัง ในรูปแบบการจ่ายเงินชำระค่าสินค้า หรือบริการ โดยการใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR code ของร้านค้า
ที่มา https://news.thaiware.com/12161.html